แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก่อนวัยเรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ก่อนวัยเรียน แสดงบทความทั้งหมด

คนเก่งสวมแว่น

ลูกสาวแสนซน

* นี่คือน้องโซเฟียคะ *

ทำไมหนูต้องสวมแว่น ก็เพราะหนูสายตาสั้น

ทำไมหนูสายตาสั้น ก็เพราะตอนเล็กๆหนูเล่นคอมพ์เยอะ

ทำไมหนูเล่นคอมพ์เยอะ ก็เพราะมันสนุก

แต่การสวมแว่น ก็ไม่สนุกหรอกนะ

ถ้าไม่อยากสายตาสั้น ก็อย่าเล่นคอมพ์เยอะนะคะ

แต่ว่า..คนเก่งส่วนใหญ่ก็สวมแว่นเหมือนหนูนะ

โซเฟียคนเก่ง

พ่อแม่คือตัวแบบที่ดี

จะเป็นเด็กดี, เด็กฉลาด, เด็กเก่ง, เด็กอัจฉริยะ หรือ เด็กน่ารัก นิยามที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการเห็นลูกน้อยเติบโตต่อไปในวันหน้า คำนิยามเหล่านี้สามารถสร้างได้ด้วยสองมือพ่อแม่ โดยเริ่มที่การใส่ใจให้ความรัก และเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูก จึงมีคนเปรียบว่า ลูกเป็นกระจกเงาของพ่อแม่ และพ่อแม่ก็เป็นกระจกเงาของลูก

Home About Contact FAQ

เด็กวัย เป็นช่วงวัยแห่งการซึมซับ จดจำ ข้อมูลและเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบด้าน ดังนั้น การเป็นต้นแบบที่ดีของพ่อแม่ จึงสำคัญมาก เพราะไม่เพียงเด็กๆ จะซึมซับและเลียนแบบการกระทำด้วยสิ่งที่รับรู้รวมถึงแนวคิด ทัศนคติ ความเชื่อ บุคลิกภาพ ท่าทาง นิสัย และอื่นๆ จากพ่อแม่ ซึ่งจะเป็นการเรียนรู้แบบทำซ้ำบ่อยๆ รับรู้และเชื่อมโยง จนหล่อหลอมเป็นพฤติกรรมเฉพาะตัวต่อไป

กลไกการทำงานของสมองซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมเลียนแบบของเด็กด้วยเซลล์กระจกเงาว่า สมองมนุษย์จะมีเซลล์ชนิดหนึ่งชื่อเซลล์กระจกเงา เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ในการลอกเลียนแบบสิ่งที่มองเห็น แล้วซึมซับเข้าไปเพื่อหล่อหลอมให้เป็นแบบนั้นแบบนี้ ตามแต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวจะกำหนด สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร เซลล์กระจกเงาก็จะทำหน้าที่หล่อหลอมมนุษย์ให้เป็นแบบนั้น


ดังนั้น การเป็นต้นแบบที่ดีเป็นสิ่งที่คุณ
พ่อคุณแม่ควรประพฤติปฏิบัติให้เป็นแนวทางตามปกติ เพราะเด็ก เปรียบเสมือนฟองน้ำที่พร้อมจะซึมซับทุกรูปแบบในสิ่งที่รับเข้ามา และเก็บสะสมข้อมูลที่ได้รับอยู่ตลอดเวลา


ต้นแบบคิดดีทำดี


- ให้ลูกซึมซับกับสิ่งที่เห็นด้วยต้นแบบคำขอบคุณ ขอโทษ สวัสดี ตามโอกาสของการใช้คำเหล่านี้จนเคยชิน

- คำพูดและการกระทำควรต้องเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

- จัดสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ลูกได้ซึมซับ

- แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคุณพ่อคุณแม่และลูก

- ต้องเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นแบบอย่างให้ลูก

- ให้ลูกได้มีส่วนรับผิดชอบ ด้วยการมอบหมายงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ

- สร้างตัวแบบสร้างแรงบันดาลใจ


- ให้ลูกได้เป็นส่วนหนึ่งของการได้ช่วยเหลือและเรียนรู้ในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทำ

- พูดคุยเล่าประสบการณ์การทำงานของคุณพ่อคุณแม่ให้ลูกฟัง

- ให้ลูกได้เรียนรู้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการทำงานของคุณพ่อคุณแม่

- ให้ลูกได้มีโอกาสสัมผัสกับชีวิตการทำงานของคุณพ่อคุณแม่อย่างใกล้ชิด


# ความสม่ำเสมอ การเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกนั้นไม่ใช่ทำเพียงครั้งสองครั้ง หรือเพียงสัปดาห์เดียวก็ล้มเลิก เพราะเด็กยังไม่อาจตัดสินได้ว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดี ควรทำหรือไม่ควรทำ ดังนั้น พ่อแม่จึงต้องมีความสม่ำเสมอในการปฏิบัติโดยทำให้เป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน #

# ให้กำลังใจ ชื่นชม เมื่อลูกทำในสิ่งที่ดีที่เหมาะสม นอกจากเป็นแรงเสริม ให้พฤติกรรมที่ดีของลูกอยู่ยั่งยืนแล้วยังเสริมให้ลูกมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นด้วย และในขณะเดียวกันให้คำชี้แนะ เมื่อพบปัญหาหรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม #


# ควรให้ลูกมีอิสระตัดสินใจเลือกเรียนรู้และซึมซับในสิ่งต่างๆ ที่พ่อแม่ต้องการ ไม่ควรบังคับให้ลูกทำในสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่คาดหวัง #

# สร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ ด้วยบรรยากาศแห่งความเข้าใจ ยืดหยุ่น มีเหตุผล ลูกจะมีความมั่นคงทางจิตใจและอารมณ์ เป็นเกราะป้องกันตัวแบบด้านลบรอบด้านได้เป็นอย่างดี ให้ทุกๆ การกระทำของคุณพ่อคุณแม่ซึ่งกำลังถูกจับจ้องด้วยสองตา สองหู และทุกๆ การสัมผัสของลูก ต้องเป็นการกระทำเชิงบวก เพื่อให้ลูกสะสม และหล่อหลอมการเป็นเด็กดี เด็กเก่ง เด็กฉลาด หรือ เด็กน่ารัก ซึ่งเป็นอนาคตที่สำคัญของชาติต่อไป #

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก

ความหมายของการเล่น
การเล่นเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ และเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กเกิดการรับรู้ที่ดี ตลอดทั้งให้เด็กได้เรียนรู้ ตัวเองและบุคคลอื่นโดยไม่รู้ตัว และนอกจากนี้ การเล่นยังมีผลต่อพัฒนาการทางสมอง และระบบประสาทอีกด้วย

ประโยชน์ของการเล่น

* ช่วยเสริมสร้างให้เด็กมีพัฒนาการในทุกด้าน
* ช่วยเสริมสร้างการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5
* ช่วยพัฒนาด้านสติปัญญา เสริมสร้าง จินตนาการ
และความคิดสร้างสรรค์

* ช่วยพัฒนาความสามารถในด้านการสื่อสาร โดยเฉพาะคำศัพท์
* ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเอง
* ช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีทางสังคม เช่น การแบ่งปัน (sharing) การผลัดเปลี่ยน (turn taking) การช่วยเหลือ (co-operation) การอดทนต่อการรอคอย ความยืดหยุ่น (flexibility)
* ช่วยเสริมสร้างให้เด็กรู้จักตนเองได้ดีขึ้นซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ได้กระทำ
* ช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและอารมณ์ที่ดี
* ช่วยพัฒนาและส่งเสริมบทบาททางเพศ และบทบาทสมมุติ

การเลือกของเล่น ให้เหมาะกับความสามารถของเด็ก ในแต่ละวัย มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของเด็กเป็นอย่างมาก พ่อแม่ หรือผู้ดูแล จึงมีบทบาทสำคัญต่อการเลือกสรรของเล่น และจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยต่อเด็ก ให้เกิดศักยภาพในการเรียนรู้ โดยคำนึงถึง

1. ความปลอดภัย
2. ความเหมาะสมกับอายุและพัฒนาการของเด็ก
3. ความสนใจของเด็ก
4. ความสะอาด
5. ความเหมาะสมของราคา
6. วิธีการเล่น

ของเล่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กวัย 0-3ปี

ของเล่นหรือการเล่น มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ ของเด็กอย่างมาก ถือว่าเป็นกุญแจดอกสำคัญ ที่จะนำไปสู่กระบวน การเรียนรู้ของเด็กในอนาคต ดั้งนั้นถ้าพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู ได้เข้าใจ และสามารถนำของเล่น หรือกิจกรรมการเล่นไปใช้กับเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ทักษะพัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก จะก้าวไปอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อเด็กมีพื้นฐานทางพัฒนาการที่ดี และเหมาะสมกับวัย เด็กจะสามารถ นำประสบการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาไปประยุกต์ใช้ กับการเรียนรู้ในอนาคตได้ อย่างมีคุณภาพ

88DB - ปิดหน้าต่าง

พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กวัย 0-3 ปี


เด็กวัยนี้เรียนรู้ผ่านการเล่น และเรียนรู้ผ่านทางการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตาดู หูฟัง จมูกรับกลิ่น ลิ้นรับรส และผิวหนังรับสัมผัส ในวัยนี้เด็กมักชอบนำของทุกชนิดเข้าปาก โดยใช้ปากในการสำรวจของนั้นๆ ทั้งดูด เลีย อม พ่อแม่ควรส่งเสริมให้เด็กได้ใช้ทักษะเหล่านี้ โดยหาของเล่นที่มีขนาดเหมาะมือ น้ำหนักเบา ขนาดไม่เล็กจนเกินไป ปลอดภัย ล้างทำความสะอาดง่าย เพื่อให้เด็กได้ฝึกทักษะ ในการใช้มือและตาประสานกัน ในการคว้าจับ เขย่า เอาเข้าปาก พ่อ แม่หรือผู้เลี้ยงดู ไม่ควรดึงมือหรือของเล่นออกจากปากเด็ก เพราะจะทำให้เด็กหงุดหงิด อารมณ์เสีย และขาดโอกาสในการใช้ปากสำรวจเพื่อการเรียนรู้ และที่สำคัญพ่อแม่ควรพูดคุย และมีปฎิสัมพันธ์กับลูก ขณะชี้ชวนให้ลูกเล่นอีกด้วย
เด็กที่มีความต้องการพิเศษ อาจมีความบกพร่องทางพัฒนาการ จำเป็นต้องกระตุ้น การเรียนรู้ของเด็กในทุกด้าน ไม่ว่าจะกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังต้องกระตุ้นการเรียนรู้ ด้วยการใช้ของเล่นที่มีความหลากหลายเพื่อสร้างทักษะ และประสบการณ์ต่างๆ ให้แก่เด็กเหล่านี้ ซึ่งจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสมและต้องคำนึงถึงปัญหา ความต้องการและระดับพัฒนาการของเด็กแต่ละรายด้วย
IMG_0329#1

ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กกลุ่มนี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุก็ตาม แต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ไม่เหมือนกับเด็กปกติ เด็กพิเศษเหล่านี้ก็สามารถ พัฒนาศักยภาพของตนได้ และอาจจะมีพฤติกรรมของพัฒนาการ ที่แตกต่างกันออกไปตามปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น เด็กบางคนอาจคืบ แต่ไม่คลาน แต่จะนั่งและยืน เดินเลย บางคนอาจรู้จัก ไขว่คว้าของเล่น ในทิศทางต่างๆ กัน ชอบเอาของเล่นเข้าปาก แต่บางคนก็ทำไม่ได้

ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยเหลือ ฟื้นฟูศักยภาพของเด็กให้เต็มที่ โดยอาจนำของเล่นให้เด็กได้จับสัมผัส หรือกกระตุ้นให้เด็กได้มีโอกาสนำของเล่น / วัสดุต่าง ๆ เข้าปาก เพื่อ กัด, ย้ำ ,เลียเล่น ซึ่งทักษะเหล่านี้ถือเป็นการเรียนรู้ของเด็ก โดยการใช้ปากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเรียนรู้ ในการสัมผัสวัตถุ / ของเล่น การใช้ตา และมือประสานงานกัน สามารถจับวัตถุ / ของเล่น เข้าปาก ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และได้เรียนรู้การสัมผัสพื้นผิว ที่แตกต่างกันของวัตถุ จากการจับ , กัด , ดูด หรือเลีย

IMG_2158#2

พ่อแม่หรือผู้ใหญ่บางท่าน อาจไม่เข้าใจถึงพฤติกรรมของเด็กในวัยนี้ จึงจำกัด หรือห้ามปราม ไม่ให้เด็กเอาของเข้าปาก อาจเพราะกลัวสกปรกหรือสำลัก ซึ่งจะทำให้เด็กหงุดหงิด , อารมณ์เสีย และไม่เกิดการเรียนรู้ ดังนั้นพ่อแม่ และผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดควรเข้าใจ ในพฤติกรรมของเด็ก และส่งเสริมการเรียนทักษะเหล่านี้ ให้ถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัย ในการเล่นของลูก โดยเฉพาะอุปกรณ์การเล่น ควรที่จะมีขนาดใหญ่ สีสันปลอดภัย จับ / กำถนัดมือ สามารถให้เด็กได้สัมผัสผ่านการกัด , ดูด , เลียได้ ขนาดและน้ำหนัก ต้องเหมาะสมกับเด็กแต่ละคน สามารถล้าง / ซัก อุปกรณ์ของเล่นได้ เมื่อสกปรก ตลอดทั้งพ่อแม่ ควรมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก ระหว่างการเล่นอีกด้วย อย่าปล่อยให้เด็กเล่นคนเดียว เพราะเด็กยังไม่รู้จักว่าของเล่นแต่ละชิ้น มีวิธีการเล่นอย่างไร